วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569

ประธานกรรมการสหกรณ์กับคำสั่งทางปกครอง

คำวินิจฉัยที่ 80/2565
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542
พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2545
พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547
                   คดีนี้ จำเลยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด จึงเป็น "เจ้าหน้าที่ของรัฐ" ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 แม้จำเลยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ ตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัด เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานตามโครงการช่วยเหลือข้าราชการตำรวจ ข้าราชการบำนาญ ลูกจ้างประจำในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัด และเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ จำกัด ที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ จำกัด ก็ตาม แต่สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ จำกัด จัดตั้งขึ้นโดยการจดทะเบียนตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 มีฐานะเป็นนิติบุคคล แต่มิได้มีฐานะเป็นส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกา หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ โดยสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ จำกัด ประกอบด้วยคณะบุคคลที่ร่วมกันดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของสมาชิก ช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อีกทั้ง การดำเนินกิจการของสหกรณ์ตามวัตถุประสงค์ในมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นไปเพื่อประโยชน์ของสมาชิกสหกรณ์ที่รวมตัวกัน 
                  สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ จำกัด จึงเป็นนิติบุคคลเอกชนมิใช่นิติบุคคลมหาชน และไม่เข้าประเภทหนึ่งประเภทใดของ "หน่วยงานทางปกครอง" ตามบทนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 การที่จำเลยได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการของคณะกรรมการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ จำกัด ไม่มีลักษณะเป็นการได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือให้ดำเนินกิจการทางปกครองแต่อย่างใด ดังนั้น การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งยกเลิกโครงการดังกล่าวในคดีนี้ จึงมิใช่การกระทำที่เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลงโอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการถาวรหรือชั่วคราว จึงมิใช่ "คำสั่งทางปกครอง" ตามบทนิยามในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 
                 ข้อพิพาทในคดีนี้ จึงไม่ใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1)แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เป็นข้อพิพาทในทางแพ่ง ระหว่างเอกชนด้วยกันที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม 
                 ส่วนที่โจทก์อ้างว่า จำเลยได้ออกหนังสือคำสั่งยกเลิกโครงการก่อนที่ดาบตำรวจ ด. เสียชีวิต 2 วัน เป็นเหตุให้โจทก์ไม่ได้รับเงินจากโครงการดังกล่าวข้างต้น อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์นั้น การกระทำดังกล่าวมิได้เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคลอันจะถือว่าเป็นคำสั่งทางปกครองตามนัยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 กรณีจึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดในทางแพ่งของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมเช่นเดียวกัน