วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

สหกรณ์ออมทรัพย์ กับ การประกันชีวิต กับ ฌาปนกิจสงเคราะห์

 สหกรณ์ออมทรัพย์ กับ การประกันชีวิต กับ ฌาปนกิจสงเคราะห์ 

คำนิยาม “สหกรณ์” หมายความว่า คณะบุคคลซึ่งร่วมกันดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของสมาชิกสหกรณ์ผู้มีสัญชาติไทย โดยช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ (ม.4 , พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542) 

 

คำนิยาม “การฌาปนกิจสงเคราะห์” หมายความว่า กิจการที่บุคคลหลายคนเข้าร่วมกันเพื่อทำการสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ตกลงเข้าร่วมกันนั้นซึ่งถึงแก่ความตาย และมิได้ประสงค์จะหากำไรหรือรายได้เพื่อแบ่งปันกัน (ม.4 , พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545) 

 

           สหกรณ์ออมทรัพย์ สามารถดำเนินการ เกี่ยวกับการฌาปนกิจสงเคราะห์ได้ แต่มีรูปแบบและเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด โดยแบ่งเป็น 2 แนวทางหลัก ดังนี้

             1. การจัดสวัสดิการสงเคราะห์แก่สมาชิก ตาม พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 46(2) ได้ให้อำนาจสหกรณ์ในการ “ให้สวัสดิการหรือการสงเคราะห์ตามสมควรแก่สมาชิกและครอบครัว” ซึ่งเปิดช่องให้สหกรณ์สามารถจัดสวัสดิการช่วยเหลือค่าจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกผู้ล่วงลับได้ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ในระเบียบของสหกรณ์เอง

            2. การสนับสนุนให้จัดตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ สำหรับการดำเนินกิจการฌาปนกิจสงเคราะห์อย่างเป็นระบบและเป็นทางการ กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดตั้งเป็น “สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์” ตามพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 [1] โดยสหกรณ์ออมทรัพย์สามารถส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกจัดตั้งสมาคมฯ ขึ้นมาเป็นอีกนิติบุคคลหนึ่งแยกต่างหากจากสหกรณ์ได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ปฏิบัติกันโดยทั่วไป

 

          สหกรณ์ออมทรัพย์ ไม่สามารถดำเนินการประกอบธุรกิจประกันชีวิตได้โดยตรง เนื่องจากติดข้อจำกัดทางกฎหมาย ดังนี้

           • ลักษณะของธุรกิจ  การประกันชีวิตถือเป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์ที่มุ่งหวังผลกำไร ซึ่งขัดต่อหลักการของสหกรณ์ที่เน้นการช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันของสมาชิก

           • กฎหมายเฉพาะ  การประกอบธุรกิจประกันชีวิตอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เท่านั้น สหกรณ์จึงไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการรับประกันชีวิตโดยตรง

           อย่างไรก็ตาม สหกรณ์ออมทรัพย์สามารถ อำนวยความสะดวก ให้สมาชิกเข้าถึงการประกันชีวิตได้ โดยการเป็นตัวกลางหรือจัดหาบริษัทประกันชีวิตที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายมาเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตกลุ่ม (Group Life Insurance) ให้แก่สมาชิก ซึ่งมักทำเพื่อเป็นหลักประกันสำหรับเงินกู้ของสมาชิก หรือเป็นสวัสดิการเพิ่มเติม

 

โดยสรุป สหกรณ์ออมทรัพย์สามารถเข้ามามีบทบาทในการจัดการความเสี่ยงหลังความตายของสมาชิกได้ แต่ต้องดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายที่แตกต่างกันระหว่างการสงเคราะห์ในรูปแบบการฌาปนกิจ และการประกันภัยในรูปแบบประกันชีวิตซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตโดยเฉพาะ

 

เอกสารอ้างอิง

[1] สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมาชิกของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย. (2563). เอกสารประชาสัมพันธ์ความสัมพันธ์กับการฌาปนกิจสงเคราะห์. สืบค้นจาก https://scc.moc.go.th/th/file/get/file/20210826da8ed3c5d85bbb1f08378d1e90f56abb150241.pdf