วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม

             ความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ได้บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตั้งแต่ มาตรา 291 ถึง มาตรา 302 อธิบายได้ดังนี้ 

                มาตรา 290  ถ้าการชำระหนี้เป็นการอันจะแบ่งกันชำระได้และมีบุคคลหลายคนเป็นลูกหนี้ก็ดี มีบุคคลหลายคนเป็นเจ้าหนี้ก็ดี เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ท่านว่าลูกหนี้แต่ละคนจะต้องรับผิดเพียงเป็นส่วนเท่า ๆ กันและเจ้าหนี้แต่ละคนก็ชอบที่จะได้รับแต่เพียงเป็นส่วนเท่า ๆ กัน

                มาตรา 291  ถ้าบุคคลหลายคนจะต้องทำการชำระหนี้โดยทำนองซึ่งแต่ละคนจำต้องชำระหนี้สิ้นเชิงไซร้ แม้ถึงว่าเจ้าหนี้ชอบที่จะได้รับชำระหนี้สิ้นเชิงได้แต่เพียงครั้งเดียว (กล่าวคือลูกหนี้ร่วมกัน) ก็ดี เจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้แต่คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิง หรือแต่โดยส่วนก็ได้ตามแต่จะเลือก แต่ลูกหนี้ทั้งปวงก็ยังคงต้องผูกพันอยู่ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระเสร็จสิ้นเชิง

               คำอธิบาย ตามมาตรา 291 ลูกหนี้ร่วม หมายถึง บุคคลหลายคนซึ่งมีหน้าที่ร่วมกันที่จะต้องรับผิดชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้ โดยเจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้โดยสิ้นเชิงได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ความรับผิดนี้เกิดขึ้นได้โดยนิติกรรม (สัญญา) และโดยบทบัญญัติของกฎหมาย
              เจ้าหนี้มีสิทธิที่กว้างขวางในการเรียกร้องชำระหนี้ โดยสามารถเลือกเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้แต่คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิง (เต็มจำนวน) ได้ หรือ เรียกชำระเพียงบางส่วนจากลูกหนี้คนหนึ่ง แล้วเรียกส่วนที่เหลือจากลูกหนี้คนอื่น โดย เจ้าหนี้ไม่จำเป็นต้องเรียกจากลูกหนี้ทั้งหมดพร้อมกัน
               ลูกหนี้ทั้งปวงยังคงต้องผูกพันอยู่ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระเสร็จสิ้นเชิง ซึ่งหมายความว่า ความรับผิดไม่หมดไป แม้ว่าลูกหนี้คนหนึ่งได้ชำระหนี้ไปแล้ว ลูกหนี้คนอื่นยังคงต้องรับผิด และ ลูกหนี้ทั้งหมดยังคงต้องรับผิดต่อเนื่องจนกว่าหนี้จะชำระเสร็จสิ้น
 
               มาตรา 297  ถ้าในสัญญาอันหนึ่งอันใดมีบุคคลหลายคนร่วมกันผูกพันตนในอันจะทำการชำระหนี้ไซร้ หากกรณีเป็นที่สงสัย ท่านว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้องรับผิดเช่นอย่างเป็นลูกหนี้ร่วมกัน แม้ถึงว่าเป็นการอันจะแบ่งกันชำระหนี้ได้
               คำอธิบาย ตามมาตรา 297 แม้ว่าในบางกรณีอาจเป็นการอันจะแบ่งกันชำระได้ แต่กฎหมายยังคงถือว่าเป็นลูกหนี้ร่วม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า กฎหมายให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิของเจ้าหนี้ มากกว่าการแบ่งหนี้ระหว่างลูกหนี้

ความแตกต่างจากลูกหนี้หลายคนที่ไม่ใช่ลูกหนี้ร่วม

ลักษณะ

ลูกหนี้ร่วม

ลูกหนี้หลายคนแบบแบ่งชำระ

สิทธิของเจ้าหนี้

เรียกชำระจากลูกหนี้คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิงได้

เรียกชำระจากลูกหนี้แต่ละคนเพียงส่วนของตนเท่านั้น

ความรับผิด

ต่อเนื่องจนกว่านี่จะชำระเสร็จ 

หมดไปเมื่อลูกหนี้คนนั้นชำระส่วนของตนแล้ว       

ความเสี่ยง

สูง (อาจต้องชำระเต็มจำนวน)

ต่ำ (ชำระเพียงบางส่วนของตนเท่านั้น)

 
                มาตรา 296  ในระหว่างลูกหนี้ร่วมกันทั้งหลายนั้น ท่านว่าต่างคนต่างต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ถ้าส่วนที่ลูกหนี้ร่วมกันคนใดคนหนึ่งจะพึงชำระนั้น เป็นอันจะเรียกเอาจากคนนั้นไม่ได้ไซร้ ยังขาดจำนวนอยู่เท่าไรลูกหนี้คนอื่น ๆ ซึ่งจำต้องออกส่วนด้วยนั้นก็ต้องรับใช้ แต่ถ้าลูกหนี้ร่วมกันคนใดเจ้าหนี้ได้ปลดให้หลุดพ้นจากหนี้อันร่วมกันนั้นแล้ว ส่วนที่ลูกหนี้คนนั้นจะพึงต้องชำระหนี้ก็ตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ไป
               คำอธิบาย ตามมาตรา 296 การแบ่งชดใช้ค่าเสียหายระหว่างลูกหนี้ร่วม สามารถแบ่งกันชดใช้ได้  โดยมีหลักการดังนี้
               หลักการพื้นฐาน : ลูกหนี้ร่วมแต่ละคนต้องรับผิดชำระหนี้เป็นส่วนเท่า ๆ กัน ตัวอย่างเช่น ถ้าลูกหนี้ร่วม 3 คน ต้องชำระหนี้ 300,000 บาท แต่ละคนต้องรับผิดชำระ 100,000 บาท โดยมีข้อยกเว้นว่า ลูกหนี้ร่วมสามารถตกลงกันเป็นอย่างอื่นได้ เช่น แบ่งตามสัดส่วนการมีส่วนได้ส่วนเสีย
               ความรับผิดเพิ่มเติม : เมื่อลูกหนี้คนใดไม่สามารถชำระส่วนของตนได้ (เช่น ล้มละลาย ยากจน) ลูกหนี้คนอื่นต้องรับผิดแทน ตัวอย่างเช่น ลูกหนี้ร่วม 3 คน ต้องชำระหนี้ 300,000 บาท (100,000 บาทต่อคน) แต่ลูกหนี้คนที่ 1 ล้มละลายและไม่สามารถชำระได้ ลูกหนี้คนที่ 2 และ 3 ต้องรับผิดแทน โดยแบ่งเพิ่มเติม 50,000 บาทต่อคน ดังนั้น ลูกหนี้คนที่ 2 และ 3 ต้องชำระ 150,000 บาทต่อคน
               เจ้าหนี้สูญเสียสิทธิ : เมื่อเจ้าหนี้ปลดหนี้ให้ลูกหนี้คนใดแล้ว เจ้าหนี้จะไม่สามารถเรียกชำระจากลูกหนี้คนนั้นได้อีก ลูกหนี้คนอื่นไม่ต้องชำระแทนในส่วนที่ลูกหนี้คนนั้นจะพึงชำระตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ (เจ้าหนี้เสียสิทธิ) ตัวอย่างเช่น ถ้าเจ้าหนี้ปลดหนี้ให้ลูกหนี้คนที่ 1 ลูกหนี้คนที่ 2 และ 3 ต้องชำระเพียง 200,000 บาท โดยไม่ต้องชำระแทนส่วนของลูกหนี้คนที่ 1
 
                มาตรา 292  การที่ลูกหนี้ร่วมกันคนหนึ่งชำระหนี้นั้น ย่อมได้เป็นประโยชน์แก่ลูกหนี้คนอื่น ๆ ด้วย วิธีเดียวกันนี้ท่านให้ใช้บังคับแก่การใด ๆ อันพึงกระทำแทนชำระหนี้ วางทรัพย์สินแทนชำระหนี้ และหักกลบลบหนี้ด้วย
               ลูกหนี้ร่วมกันคนหนึ่งมีสิทธิเรียกร้องอย่างไร ลูกหนี้คนอื่น ๆ จะเอาสิทธิอันนั้นไปใช้หักกลบลบหนี้หาได้ไม่
               คำอธิบาย ตามมาตรา 292 ได้ว่า เมื่อลูกหนี้คนหนึ่งชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ ลูกหนี้คนอื่นก็ได้รับประโยชน์ร่วมกัน เพราะหนี้ลดลง และการชำระหนี้ หมายความรวมถึง การทำอะไรบางอย่างแทนการชำระหนี้, การวางทรัพย์สินแทนการชำระหนี้ และการหักกลบลบหนี้ นอกจากนี้ ลูกหนี้คนอื่นไม่สามารถใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้อีกคนหนึ่งเพื่อหักกลบลบหนี้ได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าลูกหนี้คนที่ 1 มีสิทธิเรียกร้องจากบุคคลที่ 3 ลูกหนี้คนที่ 2 ไม่สามารถใช้สิทธินั้น เพื่อหักกลบลบหนี้ได้
 
               มาตรา 293  การปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้ร่วมกันคนหนึ่งนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ลูกหนี้คนอื่น ๆ เพียงเท่าส่วนของลูกหนี้ที่ได้ปลดให้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่น
              คำอธิบาย การปลดหนี้ ตามมาตรา 293 ลูกหนี้คนอื่นได้รับประโยชน์เพียงส่วนของลูกหนี้ที่ได้ปลดให้เท่านั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าเจ้าหนี้ปลดหนี้ให้ลูกหนี้คนที่ 1 จำนวน 100,000 บาท  ลูกหนี้คนที่ 2 และ 3 ได้รับประโยชน์เพียง 100,000 บาท ไม่ใช่ 200,000 บาท
 
              มาตรา 294  การที่เจ้าหนี้ผิดนัดต่อลูกหนี้ร่วมกันคนหนึ่งนั้น ย่อมได้เป็นคุณประโยชน์แก่ลูกหนี้คนอื่น ๆ ด้วย
             
คำอธิบาย ตามมาตรา 294 หมายความว่า เมื่อเจ้าหนี้ผิดนัดต่อลูกหนี้คนหนึ่ง ลูกหนี้คนอื่นก็ได้รับประโยชน์ร่วมกันเพราะเจ้าหนี้ต้องเสียค่าเสียหายจากการผิดนัด
 
             มาตรา 295  ข้อความจริงอื่นใด นอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา 292 ถึง 294 นั้น เมื่อเป็นเรื่องเท้าถึงตัวลูกหนี้ร่วมกันคนใดก็ย่อมเป็นไปเพื่อคุณและโทษแต่เฉพาะแก่ลูกหนี้คนนั้น เว้นแต่จะปรากฏว่าขัดกับสภาพแห่งหนี้นั้นเอง
               ความที่ว่ามานี้ เมื่อจะกล่าวโดยเฉพาะก็คือว่าให้ใช้แก่การให้คำบอกกล่าวการผิดนัด การที่หยิบยกอ้างความผิด การชำระหนี้อันเป็นพ้นวิสัยแก่ฝ่ายลูกหนี้ร่วมกันคนหนึ่ง กำหนดอายุความหรือการที่อายุความสะดุดหยุดลง และการที่สิทธิเรียกร้องเกลื่อนกลืนกันไปกับหนี้สิน
              
คำอธิบาย  ความรับผิดส่วนตัวของลูกหนี้ร่วม ตามมาตรา 295 ได้ว่า ข้อความจริงอื่นใดนอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา 292-294 เมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวลูกหนี้ร่วมคนใดก็ย่อมเป็นไปเพื่อคุณและโทษแต่เฉพาะแก่ลูกหนี้คนนั้น เว้นแต่จะปรากฏว่าขัดกับสภาพแห่งหนี้นั้นเอง ตัวอย่างเช่น การให้คำบอกกล่าวแก่ลูกหนี้คนหนึ่งไม่ส่งผลต่อลูกหนี้คนอื่น, การผิดนัดของลูกหนี้คนหนึ่งไม่ส่งผลต่อลูกหนี้คนอื่น, การกำหนดอายุความสำหรับลูกหนี้คนหนึ่งไม่ส่งผลต่อลูกหนี้คนอื่น
 
              มาตรา 301  ถ้าบุคคลหลายคนเป็นหนี้อันจะแบ่งกันชำระมิได้ ท่านว่าบุคคลเหล่านั้นต้องรับผิดเช่นอย่างลูกหนี้ร่วมกัน
              
คำอธิบาย หนี้อันแบ่งชำระไม่ได้ เช่น หนี้จากการกระทำความผิดร่วมกัน เมื่อบุคคลหลายคนร่วมกันกระทำการผิดและเกิดความเสียหาย หรือหนี้ที่เป็นลักษณะไม่สามารถแบ่งได้ เช่น หนี้ที่เกี่ยวกับการส่งมอบสิ่งของที่เป็นหนึ่งเดียว 
              ถ้าบุคคลหลายคนมีสิทธิเรียกร้องการชำระหนี้ โดยทำนองซึ่งแต่ละคนอาจจะเรียกให้ชำระหนี้สิ้นเชิงได้ (เจ้าหนี้ร่วม) ลูกหนี้จะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้แต่คนใดคนหนึ่งก็ได้ตามแต่จะเลือก
 
ลักษณะสำคัญของความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม     

ลักษณะ

รายละเอียด

สิทธิของเจ้าหนี้

เรียกชำระจากลูกหนี้คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิงได้

ความรับผิดของลูกหนี้

ต่อเนื่องจนกว่านี่จะชำระเสร็จสิ้น

ความเสี่ยง

สูง  อาจต้องชำระเต็มจำนวนแทนลูกหนี้คนอื่น

ประโยชน์ร่วมกัน

การชำระหนี้ของลูกหนี้คนหนึ่งเป็นประโยชน์แก่ลูกหนี้คนอื่น

ความรับผิดส่วนตัว

การกระทำของลูกหนี้คนหนึ่ง ส่วนใหญ่ไม่ส่งผลต่อลูกหนี้คนอื่น

 
              ลูกหนี้ร่วม จึงสามารถแบ่งกันชดใช้ได้ โดยมีหลักการว่า แบ่งส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่น เมื่อลูกหนี้คนใดไม่สามารถชำระ ลูกหนี้คนอื่นต้องรับผิดแทน ดังนั้น ลูกหนี้ร่วมควรตกลงกันล่วงหน้าเกี่ยวกับการแบ่งหนี้และวิธีการชำระเงินคืนระหว่างกัน
              ข้อเตือนสำหรับลูกหนี้ร่วม มีความเสี่ยงสูง ลูกหนี้ร่วมต้องตระหนักว่าอาจต้องชำระหนี้เต็มจำนวน แม้ว่าตนเองมีส่วนเพียงเล็กน้อย ควรตรวจสอบความสามารถของลูกหนี้คนอื่นก่อนเข้าเป็นลูกหนี้ร่วม ควรตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับการแบ่งหนี้และวิธีการชำระเงินคืนระหว่างกัน และ ควรติดตามการชำระหนี้ของลูกหนี้คนอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการต้องชำระแทน